วันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2553

วิธีฟื้นฟูผมเสีย ให้กลับมาสวย

วิธีฟื้นฟูผมเสีย ให้กลับมาสวย (ไอเอ็นเอ็น)

วันนี้เรามีเคล็ดลับผมสวยดี ๆ มาฝากคุณสาว ๆ ที่อยากมีผมสวยกันอีกแล้ว ว่าแต่จะมีอะไรบ้างนั้น เราไปดูพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

ทุกเช้าหลังตื่นนอน ใช้ปลายนิ้วมือสางผมอย่างอ่อนโยนป้องกันปัญหาผมพันกัน

ก่อนสระผมใช้แปรงไม้แปรงผมอย่างเบามือ เพื่อให้สิ่งสกปรกที่ติดผมอยู่หลุดออก เพื่อความนุ่มสวยของผม ก็อาจจะใช้น้ำมันมะกอกชโลมที่เส้นผมแล้วใช้มือสางให้ ทั่วหมักทิ้งไว้ 10 นาทีก่อนสระ

เลือกผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพผมที่เหมาะกับสภาพผม หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีแรง ๆ ซึ่งอาจทำลายสมดุลของสุขภาพผมได้

หมั่นบำรุงผมด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของมอยซ์เจอไรเซอร์เข้มข้น เพื่อคืนความชุ่มชื้นที่สูญเสียไปให้แก่เส้นผม หลีกเลี่ยงการใส่ครีมนวดบริเวณโคนผมเพราะจะทำให้หนังศีรษะมัน

อย่าเกาศีรษะหรือขยี้ผมแรง ๆ ระหว่างสระควรใช้ปลายนิ้วมือนวดบำรุงหนังศีรษะอย่างอ่อนโยน เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และป้องกันหนังศีรษะเป็นแผลหรือเกิดรังแค ได้

ผมเปียกจะอ่อนแอเป็นพิเศษหลังสระ จึงไม่ควรขยี้ผมหรือแปรงผมแรง ๆ แต่ถ้าจะแปรงให้ก้มหัวลง และใช้หวีแปรงที่โคนผมจนถึงปลายผมเพื่อกระตุ้นหนัง ศีรษะ

หากมีเวลาควรปล่อยให้ผมแห้งเองด้วยการใช้พัดลม หลีกเลี่ยงการไดร์ หนีบ หรือม้วนผมด้วยความร้อนสูง ๆ

รับประทานอาหารที่อุดมด้วยโปรตีน วิตามินบี 6 แมกนีเซียม สังกะสี เพื่อบำรุงเส้นผม เช่น เนื้อ ตับ ไต ข้าวซ้อมมือ กล้วย ลูกพรุน ลูกเกด ถั่ว นมและผัก

หมั่นเล็มปลายผมทุก 8-10 สัปดาห์ ปิดท้ายด้วยการหลีกเลี่ยงการรัดผม มัดผม หรือคาดผมจนตึงแน่นเพื่อลดความเครียดและป้องกันปัญหาศีรษะล้านได้

วิธีแปรงผมที่ถูกต้อง ให้แบ่งผมเป็นส่วน ๆ ค่อย ๆ หวีผมทีละส่วนด้วยหวีไม้ซี่ห่าง ๆ หลีกเลี่ยงหวีพลาสติกที่จะทำให้เกิดไฟฟ้าสถิต เริ่มแปรงผมจากด้านในมาด้านนอกแปรงผมอย่างอ่อนโยนจากบนลงล่าง

มหัศจรรย์ ตะขบ ด้อยราคา - มากคุณค่า



มหัศจรรย์ "ตะขบ" ด้อยราคา-มากค่า (ไทยโพสต์)

วิจัยพบ "ตะขบ" มีคุณค่าเหนือกว่าผลไม้นอกหลายชนิด ผลมีใยอาหาร-แคลเซียม-โปแตสเซียมสูง ดูดซับคอเลสเตอรอลลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ เส้นเลือดสมองแตก เตือนคนคุมน้ำหนัก ผู้ป่วยเบาหวานเลี่ยงลิ้นจี่-องุ่น น้ำตาล มาก

นพ।สมยศ ดีรัศมี อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากการที่กลุ่มวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการ กองโภชนาการ ดำเนินการศึกษาวิจัยเรื่อง "ปริมาณใยอาหาร น้ำตาล และแร่ธาตุในผลไม้" โดยการเก็บตัวอย่างผลไม้จำนวน 30 ตัวอย่างจากท้องตลาด 5 แห่งในเขต กทม।และปริมณฑล โดยเก็บตัวอย่างละ 2 กิโลกรัมมาวิเคราะห์ใน 2 ส่วน คือ 1।วิเคราะห์น้ำตาลและน้ำ 2।วิเคราะห์ใยอาหาร โปรตีน ไขมัน และแร่ธาตุ จากผลการศึกษาพบว่า ผลไม้ในส่วนที่รับประทานได้ 100 กรัม มีน้ำเป็นส่วนประกอบ 76-94 กรัม มีใยอาหาร 0।5-6।3 กรัม มีน้ำตาลรวม 3-18 กรัม และมีพลังงาน 33-97 กิโลแคลอรี

ผลไม้ที่มีใยอาหารสูง ได้แก่ ตะขบ 6।3 กรัม ฝรั่งแป้นสีทอง 3.3 กรัม ลูกหว้า 3.3 กรัม และฝรั่งกิมจู 3.1 กรัม ผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง ได้แก่ ลิ้นจี่พันธุ์ค่อม 18 กรัม องุ่นดำไร้เมล็ด (ลูกใหญ่) 15 กรัม ลิ้นจี่จักรพรรดิ 13 กรัม สละ 13 กรัม และองุ่นแดง (ลูกใหญ่) 13 กรัม ส่วนผลไม้ที่มีน้ำตาลน้อย ได้แก่ เนื้อมะพร้าวอ่อน 3 กรัม ลูกหว้า 5 กรัม ลูกตาลอ่อน 5 กรัม ราสพ์เบอรี่ 6 กรัม และแคนตาลูป (เขียว) 6 กรัม

ผลไม้ส่วนใหญ่มีพลังงานน้อย เพราะมีน้ำเป็นองค์ประกอบค่อนข้างมาก จากการศึกษาครั้งนี้พบตะขบและมะม่วงเขียวเสวยดิบมีพลังงานมากกว่าผลไม้อื่น คือ มี 97 และ 87 กิโลแคลอรีต่อ 100 กรัม" นพ।สมยศกล่าว อธิบดีกรมอนามัยกล่าวว่า สำหรับปริมาณแร่ธาตุ โซเดียม โปแตสเซียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส ในผลไม้ 100 กรัม พบว่า มีโปแตสเซียม 106-773 มิลลิกรัม โซเดียม 0।7-19.8 มิลลิกรัม แคลเซียม 0.3-108 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 0-60.7 มิลลิกรัม ผลไม้ที่มีโปแตสเซียมสูง ได้แก่ ตะขบ 773 มิลลิกรัม เชอรี่นอก 486 มิลลิกรัม เนื้อมะพร้าวอ่อน 381 มิลลิกรัม และน้ำมะพร้าวอ่อน 330 มิลลิกรัม ส่วนผลไม้ที่มีโซเดียมสูง คือ ลูกท้อสด มีโซเดียม 19.8 มิลลิกรัม ราสพ์เบอรี่ 16.7 มิลลิกรัม ตะขบ 12.8 มิลลิกรัม ผลไม้ที่มีแคลเซียมสูง คือ ตะขบ มีแคลเซียม 108 มิลลิกรัม ผลไม้ที่มีฟอสฟอรัสสูง คือ ลูกหว้า มีฟอสฟอรัส 60.7 มิลลิกรัม ตะขบ 51.7 กรัม

จากการศึกษาครั้งนี้พบตะขบฝรั่ง และ ลูกหว้า เป็นผลไม้ที่มีใยอาหารสูง ส่วนผลไม้ที่มีน้ำตาลมาก เช่น ลิ้นจี่ และองุ่น อาจเป็นผลไม้ที่ควรระวัง หรือต้องห้ามสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักและผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน แต่แนะนำให้กินเนื้อมะพร้าวอ่อนหรือลูกตาลอ่อนทดแทนได้ เพราะมีน้ำตาลน้อย ส่วนผลไม้ที่มีโซเดียมน้อยจะเป็นผลดีต่อผู้ป่วยความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ ขณะที่ปริมาณโปแตสเซียมในผลไม้จัดเป็นแร่ธาตุหลักที่พบ ซึ่งหากมีมากอาจช่วยป้องกันการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังบางชนิดได้ รวมการเกิดเส้นเลือดในสมองแตกได้เช่นกัน



วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2553

กรีนพันช์ Green Punch


กรีนพันช์ Green Punch สิ่งที่ต้องเตรียม

น้ำผลไม้เข้มข้น 1/2 ถ้วยตวง(น้ำส้มควอช, น้ำบลูเบอร์รี่สควอช,กรีนพั้นช์และฟรุตพั้นช์)
รสที่ชอบไอศกรีมรสวานิลลา 2 ลูก
น้ำโซดาแช่เย็นจัด 1 ถ้วยตวง
น้ำแข็งบดละเอียด 1/2 ถ้วยตวง
ไอศกรีมรสที่ชอบและใบสะระแหน่สำหรับแต่ง
วิธีทำ
- ผสมน้ำผลไม้เข้มข้นรสที่ชอบกับไอศกรีมรสวานิลลา น้ำโซดาและน้ำแข็งบดละเอียดในโถปั่น ปั่นจนส่วนผสมเข้ากันดี เทใส่แก้วสำหรับเสิร์ฟ แต่งข้างแก้วด้วยไอศกรีมรสที่ชอบและใบสะระแหน่ให้สวยงาม

ฟรุตตี้พันช์



สิ่งที่ต้องเตรียม

น้ำลิ้นจี่กระป๋อง 1 กระป๋อง
น้ำสัปปะรดกระป๋อง 1 กระป๋อง
น้ำมะเขือเทศกระป๋อง 1 กระป๋อง
โซดา 1 ถ้วยตวง
วิสกี้ 1/2 ถ้วยตวง
น้ำมะนาว 1/2 ถ้วยตวง
น้ำเชื่อม (หากชอบหวาน หรือดื่มกับน้ำแข็ง)
ฟรุตค็อกเทล 1 กระป๋อง

วิธีทำ
- ผสมส่วนผสมทั้งหมด คนผสมให้เข้ากัน
- ตกแต่งหน้าด้วยมะนาวฝานบาง ๆ นำเข้าตู้เย็นก่อนเวลาเสิร์ฟ

ราสเบอรี่อิตาเลียนโซดา


ดื่มด่ำกับความเย็นซ่าของโซดาและความเปรี้ยวหวานของราสเบอรี่อย่างลงตัว

ส่วนผสม:
- น้ำเชื่อมโทรานี่ กลิ่นราสเบอรี่ (หรือกลิ่่นอื่นๆ ตามชอบ)
- โซดา
- น้ำแข็งบด

วิธีทำ
เทน้ำเชื่อมโทรานี่ลงในแก้วที่มีน้ำแข็งอยู่เต็ม ตามด้วยโซดาจนเต็มแก้ว แล้วตกแต่งด้วยใบสะระแหน่หรือผลไม้อื่นๆ ตามชอบ

แพนนาคอตต้าชาเขียว


แพนนาคอตต้าชาเขียว สำหรับ 4 ที่

เวลาเตรียม 5 นาที
เวลาปรุง 10 นาที

ส่วนผสม
1วิปปิ้งครีม 500 กรัม
2น้ำตาล 100 กรัม
3ผงชาเขียว 1 ช้อนชา
4แผ่นเจลาติน 3 แผ่น
5บลูเบอร์รี่กระป๋อง (สำหรับตกแต่ง ปริมาณตามชอบ)
วิธีทำ
1. แช่แผ่นเจลาตินในน้ำเย็นจัดประมาณ 2-3 นาทีจนอ่อนตัว
2. เทวิปปิ้งครีมรวมกับน้ำตาล คนให้เข้ากันจากนั้นนำไปต้ม
3. ใส่ผงชาเขียวลงไป แล้วยกตั้งไฟอ่อนๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมเดือดก่อนผงชาเขียวละลาย คนไปเรื่อยๆ
4. ใส่แผ่นเจลาตินลงไปเป็นอันดับสุดท้าย เทใส่พิมพ์แก้ว แล้วจึงนำไปแช่เย็น ถ้าจะให้อร่อย ท็อปปิ้งด้วยบลูเบอร์รี่ รสชาติไปกันได้ดีนะ

ข้าวอบกุ้งผัดโรสเมรี่


ข้าวอบกุ้งผัดโรสเมรี่

เครื่องปรุง
1ข้าวสาร 1/2 ถ้วย
2น้ำซุบกุ้ง 4 ถ้วย
3ไวน์ขาว 1/2 ถ้วย
4เกลือ พอประมาณ
5พริกไทย พอประมาณ
6เนย 2 ช้อนโต๊ะ
7พาเมซานชีส 1/4 ถ้วย
8น้ำมันมะกอก พอประมาณ
9พาร์สรี่ย์ 1 ช้อนชา
10กระเทียมสับ 1/2 ช้อนชา
11หอมหัวใหญ่สับ 1 ช้อนโต๊ะ
12หอมแดงสับ 1 ช้อนชา
13กุ้ง 15 ตัว
14พริกป่น พอประมาณ
15บรั่นดี พอประมาณ
16ใบโหระพา พอประมาณ
17โรสแมรี่ พอประมาณ

วิธีทำ
1 นำกระทะตั้งไฟให้ร้อน ใส่เนย ใส่ข้าวสารผัดให้ขึ้นเงา เติมไวน์ขาว เกลือ พริกไทย และโรสแมรี่ ผัดให้เข้ากัน
2 เทข้าวที่ผัดแล้วลงไปในหม้อ เติมน้ำซุปลงไป หุงข้าวให้สุกประมาณ 15 นาที
3 เปิดฝาหม้อขึ้น เติมน้ำมันมะกอก พาเมซานชีส พาร์สรี่ย์ คนให้เข้ากัน ตักใส่จาน รอราดหน้า
4 นำกระทะตั้งไฟให้ร้อน ใส่น้ำมันมะกอก กระเทียม หอมใหญ่ หอมแดง และกุ้งลงไปผัดให้เข้ากัน
5 ปรุงรสด้วย เกลือ พริกไทย พริกป่น และบรั่นดี จากนั้นใส่น้ำซุปกุ้ง ใบโหระพา ลงไป
6 ตักกุ้งที่ผัดแล้ว ราดบนหน้าข้าว เสิร์ฟทันที